สินไหมประกันภัยสินไหม-ประกันภัยรถยนต์

null

บริษัท จรัญประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มีการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรม การกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีการนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบและแนวทางในการปฏิบัติ

สินไหม-ประกันภัยรถยนต์

การแจ้งอุบัติเหตุ

ช่วงเวลาการแจ้ง

ในเวลาทำการ หมายถึง วันทำการปกติ (วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 น. ถึง 17:00 น.) โทรแจ้งอุบัติเหตุได้ที่หมายเลข โทร.02-276-1024 ,02-276-1326-7

นอกเวลาทำการ หมายถึง วันหยุดทำการตลอด 24 ชั่วโมง (วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดประจำปี) รวมถึงช่วงเวลา 17:00 น. ถึง 08:30 น.) ของวันจันทร์ – วันศุกร์ โทรแจ้งอุบัติเหตุได้ที่หมายเลข โทร.02-021-1655

Back To Top

ข้อแนะนำในการแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์

วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์

วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติงานภายใน
1.) แจ้งให้บริษัททราบทันที

  • กรณีแจ้งเป็นหลักฐานให้สอบถามเลขเคลม ไว้เพื่อความสะดวกในการติดต่อภายหลัง

2.) รายละเอียดที่ต้องแจ้ง

  • ยี่ห้อ ทะเบียนรถ จังหวัด สีรถ
  • หมายเลขกรมธรรม์
  • เบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้แจ้ง/ผู้ขับขี่
  • สถานที่เกิดเหตุ ถนน ซอย หรือจุดสังเกตที่เห็นได้ง่าย
  • ลักษณะการเกิดเหตุ

3.) หลังจากโทรแจ้งเหตุแล้วให้รอ ณ ที่เกิดเหตุ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่รับแจ้งฯ
4.) ไม่ควรเคลื่อนย้ายรถ เว้นแต่

  • มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
  • รู้ผิด รู้ถูกแน่นอน และมีหลักฐาน เช่นภาพถ่ายหลังเกิดเหตุ
  • หากมีการเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเดิมที่แจ้งไว้ ต้องแจ้งให้บริษัททราบ

5.) ไม่ควรตกลงชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อไม่แน่ใจในลักษณะอุบัติเหตุ
6.) กรณีมีผู้บาดเจ็บ ให้ช่วยเหลือนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และแจ้งให้บริษัททราบ
7.) ท่านสามารถนำรถเข้าซ่อมกับอู่คู่สัญญาฯของบริษัทตามที่ท่านสะดวก

Back To Top

กรณีทราบว่าเป็นฝ่ายผิด

1.) กรุณาอย่าหลบหนี เพราะท่านอาจไม่ใช่ผู้กระทำผิด การหลบหนีจะเป็นเหตุทำให้ต้องโทษคดีอาญาเพิ่มขึ้น
2.) ถ้าไม่สามารถติดต่อบริษัท อาจดำเนินการโดย

  • นัดหมายกับคู่กรณีภายหลัง
  • ทำบันทึกยอมรับผิดให้คู่กรณีติดต่อบริษัทฯ หลังจากท่านได้แจ้งอุบัติเหตุครั้งนี้ให้บริษัททราบแล้ว หรือให้นำบันทึกยอมรับผิดติดต่อประกันภัยของตน
  • แลกแบบฟอร์ม “ใบยืนยันการเกิดเหตุ” (Claim Form) จากนั้นรีบติดต่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินการให้กับท่านต่อไป

การทำบันทึกยอมรับผิด
ควรระบุรายละเอียด ซึ่งเขียนขึ้นเองได้ ดังต่อไปนี้

  • ชื่อ-นามสกุล ของฝ่ายผิด
  • ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ โดยชัดเจนและสามารถติดต่อได้
  • วันที่ สถานที่เกิดเหตุ
  • ทะเบียนรถคันที่เป็นฝ่ายผิด และคันที่เป็นฝ่ายถูก
  • ข้อความที่ระบุว่ายอมรับผิด และรายละเอียดความเสียหาย
  • ลงลายมือชื่อพร้อมพยาน กรณีเป็นนามบัตร ต้องมีชื่อกำกับ

Back To Top

กรณีเป็นฝ่ายถูก

  • ถ้าคู่กรณีไม่ยอมรับผิดให้จดยี่ห้อรถ ทะเบียนรถคู่กรณีไว้ก่อนจากนั้นโทร.แจ้งให้บริษัททราบ
  • ไม่ควรแยกรถจนกว่าคู่กรณียอมรับผิด และมีหลักฐานให้ เช่น บันทึกยอมรับผิด หรือแบบฟอร์ม “ใบยืนยันการเกิดเหตุ”
  • ถ้าคู่กรณีหลบหนีให้แจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยระบุรายละเอียดคู่กรณีให้มากที่สุด
  • กรณีทรัพย์สินบนรถเสียหาย ต้องลงบันทึกประจำวันทุกครั้ง เพราะส่วนนี้ต้องเรียกร้องเองโดยตรง
  • ระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน บริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ ภายใน 7-15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน พร้อมรายงานจากเจ้าหน้าที่สำรวจภัย และจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือยินยอมตกลงค่าเสียหายที่ลงนามเรียบร้อยแล้ว
  • Back To Top

    กรณีมีผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต

    • ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิด/ฝ่ายถูก ให้รีบนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
    • ให้ผู้บาดเจ็บใช้สิทธิเบิกตามกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. ก่อน
    • ถ้ามีการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้เก็บใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์ไว้ทุกครั้ง
    • “ค่าเสียหายเบื้องต้น” บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ โดยจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

    – กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตามจำนวนเงินที่จ่ายไปจริง
    แต่ไม่เกิน 30,000.- บาท ต่อหนึ่งคน
    – กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000.- บาท ต่อหนึ่งคน

        • ตาบอด
        • หูหนวก
        • เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด
        • สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์
        • เสียแขน ขา มือเท้า นิ้ว
        • เสียอวัยวะอื่นใด
        • จิตพิการอย่างติดตัว
        • ทุพพลภาพอย่างถาวร

    – กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็น เกี่ยวกับการจัดการศพของผู้ประสบภัยตามจำนวนเงิน ค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000.- บาท ต่อหนึ่งคน ทั้งนี้รวมกันไม่เกินจำนวน 65,000.- บาท
    – กรณีรถทั้งสองคันขึ้นไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย (ผิดทั้งสองฝ่าย) บริษัทจะจ่าย ค่าเสียหายเบื้องต้นแล้วแต่กรณี (ข้างต้น) ให้แก่ผู้ประสบภัยที่อยู่ในรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท แต่ถ้าผู้ประสบภัยมิใช่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยในอัตราส่วนที่เท่ากัน

    Back To Top

    กรณีเกิดอุบัติเหตุที่ไม่ต้องมีการสำรวจภัย

    บริษัทจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่กรณี ทราบถึงเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ประกอบการเรียกร้อง ช่องทางการติดต่อกับบริษัท และระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทน

    Back To Top

    กรณีเกิดอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี

    กรณีเกิดอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี เช่น กระจกบังลมหน้าแตก ชนรั้ว หรือเบียดเสา ฯลฯ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    • โทร.แจ้งการเกิดอุบัติเหตุให้บริษัททราบทันที เพื่อติดต่อขอเบอร์โทรศัพท์ของร้านกระจก/อู่ คู่สัญญา
    • ติดต่อร้านกระจกหรืออู่คู่สัญญาฯ เพื่อดำเนินการจัดเปลี่ยนกระจก / ซ่อมรถ หากต้องการเข้าซ่อมกับอู่นอกสัญญา กรุณาติดต่อบริษัทเพื่อประเมินราคา ก่อนดำเนินการจัดซ่อม
    • ระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน บริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ ภายใน 7 – 15 วัน นับแต่ได้รับเอกสารครบถ้วน และจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือยินยอมตกลงค่าเสียหายที่ลงนามเรียบร้อยแล้ว

    Back To Top

    กรณีเกิดเคลมฉ้อฉล

    กรณีเกิดเคลมฉ้อฉล ให้พนักงานสินไหม นำเรื่องรายงานตรงต่อผู้จัดการฝ่ายฯทันที เพื่อตัดสินใจเป็นรายๆต่อไป

    Back To Top

    กรณีรถหาย

    กรณีรถหาย ใช้เอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมดังนี้

    Back To Top

    เอกสารประกอบเพื่อพิจารณาสินไหมฯ “รถหาย”

    กรณีรถยนต์ไม่ติดสัญญาเช่าซื้อ

    1.) กรมธรรม์ประกันรถยนต์ฉบับจริง
    2.) สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (แจ้งหยุดใช้รถตลอดไปเนื่องจากรถหายเรียบร้อยแล้ว)ลงชื่อช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วย
    3.) สำเนาบัตรประชาชน ผู้เอาประกันภัย(รับรองสำเนาถูกต้อง)
    4.) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัย(รับรองสำเนาถูกต้อง)
    5.) สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขี่ / ผู้เอาประกันภัย(รับรองสำเนาถูกต้อง)
    6.) กรณีผู้เอาประกันเป็นนิติบุคคลขอเอกสารหนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมเอกสารกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
    7.) กุญแจรถยนต์ทุกดอก
    8.) สมุดคู่มือบำรุงรักษารถ (ถ้ามี)
    9.) สำเนาบันทึกประจำวันแจ้งความรถหาย (ต้องมีเลขคดีอาญาฯ)
    10.) ชุดโอนลอยของกรมการขนส่งทางบก(ลงนามชื่อผู้โอน)
    11.) ใบเสร็จรับเงิน+ใบกำกับภาษี ตามจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย (กรณีเป็นนิติ
    บุคคล)หลังจากรับเงินค่าสินไหมแล้ว

    Back To Top

    กรณีรถยนต์ติดสัญญาเช่าซื้อ

    12.) สำเนาหนังสือมอบอำนาจจากบ.เช่าซื้อ เพื่อแจ้งความรถยนต์สูญหาย
    13.) หนังสือสละกรรมสิทธิ์ให้จ่ายสินไหมในนามใคร(บ.เช่าซื้อจัดทำให้)
    14.) หนังสือแจ้งบริษัทฯ เพื่อขอรับเงินค่าสินไหมฯ
    15.) ชุดโอนพร้อมเอกสารกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ของบ.เช่าซื้อ (ลงนามและประทับตรา)
    16.) ใบเสร็จรับเงิน-ใบกำกับภาษี ตามจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน (หลังจากรับเงินค่าสินไหมฯแล้ว)
    กรณีรถหายให้รีบแจ้งเหตุให้บริษัทและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทันที ดังต่อไปนี้

    • สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ
    • ตำรวจทางหลวง (โทร. 1193)
    • สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ FM91 (โทร.1644)
    • กองปราบปราม โทร.02-513-3844
    • ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ (ศปจร.น.) โทร. 02-354-6182 , 02-252-8526
    • ในกรณีที่รถยนต์ประกันไว้สูญหาย และผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทโดยได้ดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์แล้ว บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ เว้นแต่ในกรณีมีพฤติกรรมหรือเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่แสดงให้ปรากฏถึงความไม่สุจริตของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ บริษัทได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์เพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป และบริษัทได้แจ้งเหตุดังกล่าวต่อ สำนักงานคปภ.ทราบแล้ว บริษัทจะพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 45 วันนับแต่วันที่เกิดการสูญหาย เว้นแต่ได้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์รายดังกล่าวอยู่

    กรณีคืนทุนประกัน ใช้เอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมดังนี้

    Back To Top

    เอกสารประกอบเพื่อพิจารณาสินไหม “คืนทุนประกันภัย”

    กรณีรถยนต์ไม่ติดสัญญาเช่าซื้อ

    1.) กรมธรรม์ประกันรถยนต์ฉบับจริง
    2.) สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ลงชื่อช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วย)
    3.) สำเนาบัตรประชาชน ผู้เอาประกันภัย (รับรองสำเนาถูกต้อง)
    4.) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัย (รับรองสำเนาถูกต้อง)
    5.) สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขี่ / ผู้เอาประกันภัย (รับรองสำเนาถูกต้อง)
    6.) กรณีผู้เอาประกันเป็นนิติบุคคลขอเอกสารหนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมเอกสารกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
    7.) กุญแจรถยนต์ทุกดอก
    8.) สมุดคู่มือบำรุงรักษารถ (ถ้ามี)
    9.) สำเนาบันทึกประจำวัน (กรณีเรื่องถึงสถานีตำรวจ)
    10.) ชุดโอนลอยของกรมการขนส่งทางบก (ลงนามช่องชื่อผู้โอน)
    11.) ใบเสร็จรับเงิน+ใบกำกับภาษี ตามจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย (กรณีเป็นนิติ
    บุคคล) หลังจากได้รับเงินค่าสินไหมแล้ว

    Back To Top

    กรณีรถยนต์ติดสัญญาเช่าซื้อ

    12.) หนังสือสละกรรมสิทธิ์ให้จ่ายสินไหมคืนทุนประกันในนามใคร (บ.เช่าซื้อจัดทำให้)
    13.) หนังสือแจ้งความประสงค์ขอรับค่าสินไหมทดแทนถึงบริษัทฯ
    14.) ชุดโอนพร้อมเอกสารกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ของบ.เช่าซื้อ (ลงนามพร้อมประทับตรา)
    15.) ใบเสร็จรับเงิน-ใบกำกับภาษี ตามจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน (หลังจากรับเงินค่าสินไหมฯแล้ว)

    ระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน บริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ ภายใน 7 – 15 วันนับ
    แต่วันที่ได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมฯ และจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับ
    หนังสือยินยอมตกลงค่าเสียหายที่ลงนามเรียบร้อยแล้ว

    Back To Top

    กรณีไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

    และไม่สามารถหาข้อยุติได้ ผู้เอาประกันภัย/ผู้รับประโยชน์/ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ สามารถดำเนินการ ร้องเรียนดังนี้

  • ติดต่อ/ส่งเอกสาร หรือหากมีข้อมูลเพิ่มเติม กลับมายังบริษัทเพื่อทบทวนการพิจารณา หรือ
  • ติดต่อหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนของบริษัท
  • Back To Top

    หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน

    การชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย

    • ทั้งนี้ หากมีการร้องเรียนเรื่องการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ให้นำคู่มือการปฎิบัติงาน หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน การชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย พ.ศ.2559 มาปฎิบัติใช้ประกอบกับคู่มือปฏิบัติงานสินไหมยานยนต์

    * ในกรณี มีเรื่องร้องเรียนที่มีความยุ่งยากซับซ้อนหรือมีค่าเสียหายมูลค่าสูง การชี้ขาดเรื่องร้องเรียนดำเนินการในรูปคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจชี้ขาดเรื่องร้องเรียน ผู้รับผิดชอบหน่วยงานพิจารณาสินไหมทดแทน หน่วยงานรับประกันภัย หน่อยงานกฎหมาย และหน่วยงานดูแลการปฎิบัติตามกฎหมาย (อ้างอิง ตามคู่มือการปฎิบัติงานหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนฯ) ตามประกาศ คปภ.ข้อ10 (2)

    Back To Top

    หน่วยงานภายใน

    ในเวลาทำการของบริษัทฯ ลูกค้าสามารถติดต่อหน่วยงานต่างๆตามประเภทงาน โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ 02-276-1024 ตามด้วยเบอร์ภายใน ดังนี้

    Back To Top

    การประกันภัยรถยนต์

    ภาคสมัครใจ (การประกันภัยประเภท 1, ประเภท 2, ประเภท 3, ประเภทเฉพาะภัย)

    เจ้าของรถยนต์สามารถทำประกันภัยแบบสมัครใจเพิ่มเติมจากภาคบังคับ ซึ่งจะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถที่เอาประกันภัย รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกด้วย เช่น ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ความบาดเจ็บต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก หรือผู้โดยสารในรถที่เอาประกันภัย โดยแบ่งประเภทดังนี้

    1.) ประเภท 1 คุ้มครองตัวรถรถประกัน รถยนต์สูญหายไฟไหม้ และคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
    2.) ประเภท 2 คุ้มครองรถยนต์สูญหายไฟไหม้ และคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
    3.) ประเภท 3 คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
    4.) ประเภทเฉพาะภัย คุ้มครองตัวรถประกัน (กรณีชนกับยานพาหนะทางบก) และคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

    Back To Top

    ภาคบังคับ (พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535)

    รถที่ไม่ได้รับการยกเว้นที่ต้องจัดให้ทำพ.ร.บ. จะต้องทำประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งให้ความคุ้มครองความบาดเจ็บต่อร่างกาย และความเสียหายต่อชีวิตของผู้ประสบภัย จากอุบัติเหตุรถยนต์ตามจำนวนเงินความคุ้มครองที่ระบุไว้

    กรณีเกิดเหตุต่างจังหวัด ผู้ประสบภัยฯสำรองจ่ายค่ารักษาแล้วนำเอกสาร บิลค่ารักษา/ใบรับรองแพทย์ และสำเนาบันทึกประจำวัน ไปยื่นเรื่องเบิกที่บริษัทกลางฯสาขาต่างๆทั่วประเทศ หรือค้นหาที่ http://www.rvp.co.th/searchbranch.php

    กรณีผู้ประสบภัยฯ ต้องพักรักษาที่โรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) โรงพยาบาลที่มีระบบ E-Claim จะแจ้งผ่านระบบ E-Claim ไปยังบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

    กรณีโรงพยาบาลไม่มีระบบ E-Claim จะแจ้งให้บริษัทฯยืนยันรับรองยอดค่ารักษาฯของผู้ประสบภัย แผนกสินไหมฯ จะตรวจสอบความคุ้มครองก่อนรับรองยอดให้กับโรงพยาบาล และแจ้งบริษัทกลางฯทราบเบื้องต้น ตามขั้นตอนปฏิบัติ

    หลังจากบริษัทกลางฯรับเรื่อง จะแจ้งผ่านระบบ E-Claim มาที่บริษัทฯ โดยพนักงานสินไหมผู้รับผิดชอบตรวจสอบเพื่อยืนยันความคุ้มครองทุกวันทำการ ตามเวลาที่กำหนด

    ผู้ประสบภัยฯ สามารถติดต่อที่บริษัทโดยตรง ที่สำนักงานใหญ่ หรือสาขาที่บริษัทตั้งขึ้น ณ จังหวัดนั้นๆ
    – บริษัทกลางฯสาขาที่รับเรื่องสำรองจ่ายสินไหมให้ผู้ประสบภัยไปเรียบร้อยแล้ว จะส่งเรื่องทางระบบ E-Claim เข้าบ.กลางฯ สำนักงานใหญ่ เพื่อส่งเอกสารมายังบริษัทฯทุกสัปดาห์ บริษัทฯจะทำเรื่องจ่ายคืนบริษัทกลางภายในกำหนด 30 วัน
    – รายละเอียดความคุ้มครองเป็นไปตามพ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถจากรถ

    กรณีสำรองจ่ายค่ารักษา เอกสารประกอบในการเบิกค่าสินไหมทดแทน ดังนี้

    Back To Top

    ข้อแนะนำการเรียกร้องค่าสินไหม

    ข้อแนะนำการเรียกร้องค่าสินไหม

    ระยะเวลาการขอรับค่าเสียหาย พ.ร.บ.

    • เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ สามารถยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ภายในระยะเวลา 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น โดยเตรียมเอกสาร / หลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และติดต่อขอรับค่าเสียหายได้กับบริษัทประกันภัยของท่าน
    • การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นดังกล่าว ให้ผู้ประสบภัยเป็นผู้ร้องขอ หากผู้ประสบภัยไม่สามารถร้องขอได้ให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่รักษาผู้ประสบภัย ญาติ หรือผู้มีส่วนได้เสียของผู้ประสบภัยหรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณีร้องขอรับค่าสินไหมแทน

    การตั้งเบิกสินไหมโดยติดต่อบริษัทโดยตรง เอกสารครบถ้วน นัดจ่ายภายใน 7 วันทำการ
    การตั้งเบิกสินไหมโดยผ่านบริษัทกลางฯ บริษัทกลางฯ จ่ายสินไหมให้กับผู้ประสบภัยภายใน 7 วันทำการ ในส่วนบริษัทฯ ทำจ่ายคืนบ.กลางฯ เมื่อนำเอกสารมาวางบิล(ครบถ้วน) ภายใน 30 วัน (เดือนละ 2 ครั้ง)
    การตั้งเบิกสินไหมจากโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลจะส่งแฟ็กซ์ใบประเมินการรักษาขอให้รับรองยอดค่ารักษาเริ่มตั้งแต่ผู้ประสบภัยเข้ารับรักษา เมื่อโรงพยาบาลส่งเอกสารมาวางบิล บริษัทจะทำจ่ายคืนภายใน 30 วัน

    Back To Top

    การติดต่อเพื่อทำการซ่อมรถยนต์

    การติดต่อเพื่อทำการซ่อมรถยนต์

    บริษัทฯ จะแจ้งรายชื่ออู่คู่สัญญาเพื่อจัดซ่อมรถของท่านคืนสู่สภาพปกติตามรายชื่ออู่ที่บริษัทคัดเลือกไว้
    หากท่านประสงค์จะจัดซ่อมเอง โปรดแจ้งให้บริษัททราบเพื่อทำการประเมินราคาค่าซ่อมก่อนทำการซ่อม

    1. เข้าซ่อมในอู่คู่สัญญาบริษัท กรณีประสงค์เข้าซ่อมอู่คู่สัญญาของบริษัท ดำเนินการดังต่อไปนี้

    1.1 นำรถเข้าซ่อมที่อู่พร้อมใบแจ้งความเสียหายที่พนักงานออกให้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่
    1.2 ก่อนส่งมอบรถให้แก่อู่ควรตรวจสอบสิ่งของทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ที่อยู่ภายในรถไม่ทิ้งสิ่งของมีค่าไว้ในรถ และ
    ให้อู่จัดทำใบรับรถเพื่อเป็นหลักฐาน
    1.3 การตรวจรับรถที่ซ่อมเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบผลการซ่อมอย่างละเอียด หากพบว่าการจัดซ่อมไม่เรียบร้อย อย่าลงนามรับรถควรแจ้งให้บริษัททราบทันที

    2. เข้าซ่อมอู่นอกสัญญาบริษัท กรณีประสงค์จัดซ่อมกับอู่นอกสัญญาฯ เจ้าของรถจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

    2.1 นำรถมาติดต่อบริษัทฯทำการประเมินราคาก่อนทำการจัดซ่อมพร้อมเอกสารใบแจ้งความเสียหาย /ใบเสนอราคาอู่นั้น
    2.2 เมื่อรถยนต์จัดซ่อมเสร็จจะต้องนำรถมาตรวจสภาพภายหลังซ่อมทุกครั้งก่อนรับค่าสินไหมทดแทน

    Back To Top

    อ้างถึง ประกาศคำสั่ง คปภ.ที่ 22/2551

    อ้างถึง ประกาศคำสั่ง คปภ.ที่ 22/2551

    เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552
    เรื่อง การปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์รถยนต์ หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์

    ข้อ 4. ความเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งดังนี้

    (ก) 1,000 บาทแรกของความเสียหายอันมิได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือกรณีที่เกิดจากการชนแต่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

    (ข) ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามข้อต่างๆดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งข้อ ให้ถือว่าความรับผิดชอบแต่ละข้อเป็นความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น

    * การชน หมายถึง การที่รถยนต์ได้ปะทะ กระแทก โดนกันโดยแรง กับวัสดุอื่น ถึงขนาด บุบยุบ ยับย่น แยก แตกหัก ซึ่งจะมีร่องรอยความเสียหายอย่างชัดเจน

    * การคว่ำ หมายถึง การที่รถยนต์ได้แฉลบเสียการทรงตัวถึงขนาดพลิกตะแคงหรือพลิกคว่ำกระแทกกับพื้นดิน.
    ทั้งนี้การชนหรือคว่ำนั้นจะต้องมีความเสียหายที่ชัดเจนและสอดคล้องกับการแจ้งลักษณะการเกิดเหตุดังกล่าว

    ** ตัวอย่างการเกิดเหตุ ไม่เรียกเก็บ และ ที่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก

    Back To Top

    กรณีไม่เก็บค่าเสียหายส่วนแรก

    1. รถชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้
    2. รถชนเสา/ชนประตู
    3. รถชนต้นไม้ยืนต้น /ชนเสาไฟฟ้า
    4. รถชนกำแพง
    5. ชนคน
    6. ชนสุนัข/ชนสัตว์
    7. ชนฟุตบาธ
    8. รถพลิกคว่ำ
    9. รถชนราวสะพาน
    10. รถชนกองดิน หรือชนหน้าผา
    11. รถชนป้ายจราจร
    12. รถชนทรัพย์สินอื่นใดที่ยึดแน่นตรึงตรากับพื้นดิน

    Back To Top

    กรณีเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรก

    1. รถถูกขีดข่วน/กลั่นแกล้ง
    2. หินหรือวัสดุใดกระเด็นใส่
    3. เฉี่ยวกิ่งไม้/สายไฟ/ลวดหนาม
    4. รถตกหลุม / ครูดพื้นถนน
    5. เหยียบตะปู / วัสดุมีคม /ยางฉีก
    6. รถถูกละอองสี / หรือวัสดุใดหล่นมาโดน
    7. กระจกรถแตก
    8. ไถลตกข้างทางไม่พลิกคว่ำ
    9. ถูกวัสดุในตัวรถกระแทกหรือกรีดโดน
    10. ภัยธรรมชาติ / น้ำท่วม
    11. รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน
    12. กรณีอื่นๆ แจ้งเหตุไม่ชัดเจน / ถูกเฉี่ยวชนไม่ทราบคู่กรณี

    Back To Top

    การเปิดเรื่อง/ประเมินค่าสินไหมเบื้องต้นและสำรองสินไหมทดแทน

    กรณีเคลมสด/การรับแจ้งเหตุ
    ในเวลาทำการ/นอกเวลาทำการ หลังจากพนักงานของบริษัท ได้ติดต่อแจ้งผู้สำรวจภัย ออกตรวจสอบอุบัติเหตุ
    พนักงานจะบันทึกเลขรับแจ้ง/เลขรับเรื่อง เพื่ออ้างอิงก่อน / และจากนั้นจะนำข้อมูลจากรายงานผู้สำรวจอุบัติเหตุ
    บันทึกข้อมูลออกเลขเคลม / ประมาณการสินไหมทดแทน ภายในวันรุ่งขึ้น หรือวันทำการนับจากวันหยุดนักขัตฤกษ์

    กรณีเคลมแห้ง/ไม่มีการสำรวจภัย
    เมื่อบริษัทรับแจ้งเหตุจากผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย แล้ว
    แต่กรณี เมื่อผู้เอาประกันภัยนำรถยนต์เข้าอู่ซ่อมในสัญญาฯเพื่อขอจัดซ่อม อู่จะติดต่อบริษัทโดยตรงเพื่อออก
    เลขเลขเคลม ก่อนจัดซ่อม หรือหากผู้เอาประกันจัดหาอู่ซ่อมเองบริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงเอกสารหลักฐานทั้งหมด
    ที่ต้องใช้ประกอบการเรียกร้อง ช่องทางการติดต่อกับบริษัท และระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและชดใช้เงินหรือ
    ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย จากนั้นแผนกสินไหมจะบันทึกประมาณการสินไหมทดแทนภายในวันเดียวกัน
    นับจากวันได้รับข้อมูลจากอู่ซ่อม /หรือผู้เอาประกันภัย เมื่อยื่นเอกสารขอตั้งเบิกค่าสินไหม ตามลำดับ

    Back To Top

    การเปลี่ยนแปลงประมาณการค่าสินไหมทดแทน

    หลังจากเปิดเคลมประมาณการค่าสินไหมทดแทนเรียบร้อยแล้ว หากต่อมาพบว่ามีความเสียหายสูงหรือต่ำกว่า
    ความเป็นจริง ต้องมีการปรับปรุงประมาณการสินไหมให้ใกล้เคียงความเป็นจริง ภายในเดือนๆนั้น ทันที

    Back To Top

    การรับรายงานของผู้สำรวจภัยและเอกสารประกอบการเรียกร้อง

    กรณีบริษัทรับแจ้งเหตุ (ในเวลาทำการ) จะจัดส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยออกตรวจสอบ และให้เลขอ้างอิง/ออกเลข เคลม/ประมาณการสินไหมทดแทนโดยทันที โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติงานภายใน
    กรณีบริษัท Call-Center เป็นผู้รับแจ้งเหตุ (นอกเวลาทำการ) จะจัดส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยออกตรวจสอบโดยตรง (ไม่มีเลขรับแจ้งของบริษัท) หลังจากบริษัทฯได้รับรายงานจากบริษัทสำรวจภัย จะทำการเปิดเลขเคลม/ประมาณการสินไหมทดแทนในทันที

    Back To Top

    กระบวนการพิจารณาความเสียหาย

    บริษัท ประเมินความเสียหายค่าซ่อมรถยนต์ โดยอ้างอิง พื้นฐานราคากลางของสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อให้
    การตีราคา มีความเที่ยงตรง ซึ่งเป็นราคากลางสำหรับรถขนาดเล็ก ได้แก่ รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ จะมีข้อมูลราคากลาง
    ย้อนหลัง 10 ปี เป็นข้อมูลราคากลางสำหรับรถยนต์ทั้งหมด 49 ยี่ห้อ จำนวน 450 รุ่นปี ข้อมูลล่าสุด เดือน ส.ค. 2559

    Back To Top

    การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (ภาคสมัครใจ และภาคบังคับ/พ.ร.บ.)

    หลังจากอู่ซ่อม / ลูกค้า / บุคคลภายนอก / ผู้รับมอบอำนาจ นำเอกสารประเมินราคา หรือเอกสารใบเสร็จ
    ค่ารักษาพยาบาล/ใบรับรองแพทย์ มาติดต่อบริษัท บริษัทฯจะทำจ่ายคืนโดยการนำเสนอพิจารณาสินไหมตามขั้นตอน
    ภายในและตามอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมตามที่บริษัทฯกำหนดไว้ การนัดจ่ายภายใน 7-15 วัน (ทำการ) เมื่อได้รับเอกสารครบ โดยบริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีหรือทำเช็คสั่งจ่ายตามที่ตกลง หลังจากนั้นหากยังไม่มีการติดต่อขอรับชดใช้ค่าสินไหมภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะโทรติดต่อแจ้งเตือนให้ทราบ ตามลำดับ
    หลังจากนั้นทำใบสรุปจ่ายพร้อมเอกสารกลับมาบันทึกข้อมูลลงระบบ ส่งให้ฝ่ายตรวจสอบ , ฝ่ายบัญชี/การเงิน เพื่อจัดทำเช็คหรือโอนเงินเข้าบัญชี บันทึกลงระบบข้อมูลภายในทันที

    Back To Top

    กรณีปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

    หากบริษัทปฏิเสธการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย หรือไม่สามารถตกลงกำหนดจำนวนเงิน หรือค่าสินไหมทดแทน บริษัทจะแจ้งแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้วแต่กรณีเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลของการปฏิเสธ พร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือชี้แจงเหตุที่ไม่อาจชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่เรียกร้องได้ ทั้งนี้ควรระบุช่องทางและวิธีการติดต่อบริษัท หากผู้มีสิทธิเรียกร้องมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการพิจารณาและชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย

    * ทั้งนี้ บริษัทฯถือปฏิบัติตามกฏระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน ตามประกาศสำนักงาน คปภ. (พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535)

    * ทั้งนี้ ให้นำคู่มือการปฎิบัติงาน ระบบการจัดการ การชดใช้เงิน หรือ ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย พ.ศ.2559 มาปฎิบัติใช้ประกอบกับคู่มือปฏิบัติงานสินไหมยานยนต์

    Back To Top

    การจัดการเรียกร้องคืนค่าสินไหมทดแทน ภาคสมัครใจ และภาคบังคับ

    ภาคสมัครใจ
    หลังจากการจัดซ่อมรถประกันเรียบร้อย มีการจ่ายสินไหมแล้ว หากฝ่ายผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก บริษัทสามารถสวมสิทธิ์นำเอกสารไปเรียกร้องประกันภัยที่กระทำละเมิด หรือหากคู่กรณีที่ไม่มีประกันภัยบริษัทจะแจ้งคู่กรณีให้ทราบถึงจำนวนค่าเสียหายเพื่อให้ชดใช้คืน แต่หากมีการเพิกเฉยบริษัทฯจะพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถฟ้องคดีได้ หรือคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วนั้น ทนายความจะนำเรื่องเสนอผู้บริหารพิจารณาสั่งฟ้องร้องคดีต่อศาล ตามลำดับ หากกรณีที่ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายสำหรับค่าดำเนินการฟ้องร้อง ก็จะเสนอส่งไปให้สำนักงานติดตามหนี้ ต่อไป โดยสำนักงานติดตามหนี้จะคิดค่าใช้จ่ายเมื่อตามหนี้ได้ในอัตรา 40% สำหรับในกรุงเทพและปริมณฑล และ 50% ในกรณีต่างจังหวัด

    ภาคบังคับ
    หลังจากมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. ให้กับผู้ประสบภัยไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าเสียหายส่วนเกิน กรณีบริษัทฯ

    • เป็นฝ่ายถูก ต้องนำเอกสารต่างๆที่สำรองจ่ายไปก่อน นำไปเรียกร้องคืนจากคู่กรณี (บริษัทประกันที่เป็นฝ่ายผิด)
    • เป็นฝ่ายผิดร่วม (ประมาทร่วมกัน) เป็นเหตุให้บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ/เสียชีวิต หากบริษัทฯได้จ่ายไปก่อน
      เต็มจำนวนค่ารักษาฯ ต้องเรียกคืนค่าสินไหมฯจำนวน 50% จากคู่กรณีที่ประมาทร่วมกันนั้นๆ
    • รอผลการสอบสวน แผนกสินไหมฯ ต้องนำเรื่องส่งให้ฝ่ายกฎหมายทำหนังสือสอบถามผลคดีไปยังสถานีตำรวจ
      ท้องที่แจ้งเหตุรับคดีฯ เพื่อนำไปติดตามเรื่องเรียกร้อง หรือปิดเรื่องตามลำดับ

    Back To Top